ปัญหาเด็กติดมือถือ

ลูกติดมือถือ ปัญหาเล็กๆ ที่ส่งผลยิ่งใหญ่

บทความจาก “คุณพ่อผู้ซึ่งเสียใจในอดีต ที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่”

เห็นได้ในทุกๆวัน เด็กติดเล่นมือถือ ทั้งดูยูทูป (1 ขวบก็เปิดยูทูปเป็นแล้ว) หรือเล่นเกม ซึ่งการเล่นมือถือจริงๆ ก็เป็นการเสริมพัฒนาการ แต่ต้องรู้จักควบคุม พ่อแม่ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ให้ลูกเล่น ลูกจะกริ๊ด จะร้อง แสดงกิริยาที่ไม่ดี (ไม่ใช่ทุกคน) พ่อแม่รู้ แต่ก็ห้ามไม่ได้

ทุกๆ วันเวลาไปกินข้าว จะเห็นภาพทุกคนเล่นมือถือทั้งโต๊ะ คุณพ่อ คุณแม่ และลูก ต่างคนต่างมีของตัวเอง แล้วก็กดๆๆๆๆ ยิ้มๆๆๆ โดยที่ไม่ได้คุยกัน แม้อาหารจะมาแล้ว ก็กินคำ พิมพ์คำ ไม่อยากเห็นสังคมครอบครัว เป็นแบบนี้เลยครับ

ขออนุญาติเล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง อาชีพผม คือสายคอม มือถือ โซเชียลผมเล่นตั้งแต่มีวันแรกๆ เรียกว่าชีวิต คือ คอม นอนวันละ 4-5 ชม. นอกนั้นอยู่กับคอมหมด ทำทั้งงานใน งานนอก และเล่นเกม) ถึงตอนนี้ มีปัญหาด้านสายตาอย่างหนัก จ้องคอมได้ แค่เพียง 4 ชม/วัน ก็เต็มที่ละ จึงคิดว่า ขนาดเราเล่นตอนโต (เพิ่งมีคอมพิวเตอร์ ตอนเล่นแรคนาร็อค) นี่ก็ผ่านไปไม่กี่ปี (รู้อายุเลย) สภาพตายังเป็นแบบนี้ ถ้าลูกเราเล่นตั้งแต่เด็กแบบนี้ โตขึ้นจะเป็นอย่างไรนะ

  1. พอได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็ได้พบว่ามี ข้อเสียที่ตามมา และสังเกตุแล้วลูกเราก็เป็น ดังนี้
    สมาธิสั้น เห็นได้ตอนลูกเรียน ลูกค่อนข้างจะไม่สนใจสิ่งที่ครูพูด
  2. วิ่งเล่นน้อยลง ทำให้ขาดการออกกำลังกาย ทั้งๆที่เด็กๆ ต้องวิ่งเล่น ลูกเราเหนื่อยง่ายกว่าเด็กที่วิ่งเล่นเป็นประจำ
  3. ติดจอ มีกิริยาก้าวร้าว เพราะจะเอามือถือให้ได้
  4. สายตา แน่นอน ส่งผลโดยตรง
  5. ไม่สนใจทำกิจกรรมใดๆ นอกจากมือถือ

ก่อนหน้านี้คิดว่าจะทำยังไงดี เพราะตอนขวบแรก เรากลับดีใจที่เห็นลูกกดปลดล็อคไอโฟนได้ กดเปิดยูทูปได้ เราคิดว่านี่คือ เด็กฉลาด แต่พอไปๆมาๆ ทั้งเวลาป้อนข้าว ต้องเอามือถือมาวางไว้ให้ดู เวลาจะสอนนั่งอุจจาระ ก็ต้องเอามือถือมาล่อ สรุปคือ จะให้ทำอะไร ต้องใช้มือถือหมด แล้วยิ่งไปกว่านั้น ตอนเจอของเล่น ก็ซื้อใหม่ เล่นได้แปปเดียว ก็เบื่อ ก็ทิ้งขว้าง ตอนนั้นรู้สึกไม่ดีแล้วครับ

วิธีแก้ของผม

  1. ครอบครัวของผม มีกฏอยู่ 3-4 ข้อ ดังนี้
  2. ห้ามเล่นมือถือตอนกินข้าว เวลากิน คือกิน (ยกเว้นตอนเราติดธุระจริงๆ)
  3. ห้ามเล่น เวลานั่งอยู่ในรถ เปิดยูทูปแล้วฟังเพลงอย่างเดียวได้
  4. ห้ามเล่น หรือดูทีวี ตอนปิดไฟ ต้องปิดหมด

ผมจะพยายามเล่นกับลูกเสมอ เช่น ซื้อเกมกระดานมาเล่น UNO บ้าง เกมต่อตึก ฯลฯ ก็เลิกจากอาการติดมือถือได้ หากิจกรรมที่ทำกับลูกได้ มีเยอะแยะมากมาย แม้แต่ตอนที่อยู่บนโต๊ะกินข้าว ระหว่างรอข้าวมา ผมก็เอาทิชชู่มาปั้นเป็นลูกบอล แล้วก็ใช้นิ้วเตะกับลูก หรือเล่นเกมหาทิชชู่ ว่าอยู่แก้วไหน แค่นี้เด็กก็สนุกได้นะครับ

ตอนนี้ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว ก็ต้องมีการบ้าน การบ้านเป็นสิ่งน่าเบื่อครับ เราทุกคนรู้กัน ลูกก็รู้สึก จะทำไงให้ลูกสนุกกับการบ้าน คำตอบคือ “เรา” ต้องมีส่วนช่วย เช่น ข้อนี้ทำไงนะ เด็กบางคนชอบอวด ชอบแสดงออก แล้วแต่คน แต่เราต้องหาเองว่าลูกเราสนุกกับอะไร แล้วปรับใช้

ธรรมชาติของเด็กต้องสนุกครับ ตอนพวกเราเด็กๆ ก็ทำแต่เรื่องที่มันสนุก ลูกเราก็ไม่ต่างกัน ฉะนั้น ลองสังเกตลูกๆ ว่าชอบอะไร ทำให้เค้าสนุกกับคุณด้วย นั่นแหละ ถือเป็นรางวัล และเป็นการเติมพลังที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคุณพ่อคุณแม่เชียวหล่ะ

ปล. ที่หัวเรื่องจ่าไว้ว่า “คุณพ่อผู้ซึ่งเสียใจในอดีต ที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่” นั่นเพราะตอนเด็กจนถึงมัธยม เป็นคนชอบอ่านการ์ตูน (สมัยนั้นไม่มีมือถือ) แล้วพ่อแม่ ห้ามอ่านการ์ตูนบนรถ ห้ามดูทีวีใกล้ๆ ห้ามดูตอนปิดไฟ ห้ามนอนอ่านการ์ตูน ทั้งหมดที่ว่ามา ผมทำหมดเลย จนรู้ตัวอีกที สายตาสั้นข้างนึง 1,100 เอียง 100 อีกข้างสั้น 300 แต่เอียง 650 แม้แต่ขับรถตอนกลางคืนผมก็มองไม่ชัดแล้ว ซึ่งเพื่อนๆ หลายคนก็พูดเหมือนกันว่า รู้สึกกลางคืนมองไม่ชัดเท่าเมื่อก่อน

อยากให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านใส่ใจ เพราะผมเฝ้านึกเสียใจ มันย้อนสายตากลับไม่ได้ ถึงแม้สมัยนี้จะมีการทำเลสิค แต่เชื่อว่า ถ้าลูกสมบูรณ์แข็งแรง โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงแก้ไข คุณพ่อคุณแม่น่าจะมีความสุขมากกว่าใช่มั้ยครับ

Cr. K.Kwamkid

0 คอมเม้นท์

คอมเม้นท์

อีเมลของคุณจะถูกปิดเป็นความลับ ไม่เผยแพร่